+ 0
Court Appearances
0
Happy Clients
0
Attorneys
0 %
Case Wins

แนะนำตัวเอง

ผมชนบท ศุภศรี (อดีตผู้พิพากษา)

ผมจบนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี พ.ศ. 2515 ( เรียน 4 ปีครึ่ง…) ตอนนั้นชื่อ พรศักดิ์ ศุภศรี ครับ

คะแนนที่สอบได้ (สอบได้ลำดับที่ 14 ครับ)

สอบเนติฯ ได้สมัยที่ 25 เมื่อ ปี พ.ศ. 2515 ได้ลำดับที่ 12 แต่เพิ่งไปขอจดทะเบียนเป็นสามัญสมาชิกเมื่อ ปี .พ.ศ. 2517 ครับ

เข้ารับราชการเป็น ” ผู้ช่วยผู้พิพากษา ” รุ่น 19

เมื่อ ปี พ.ศ. 2521 รับราชการ 18 ปี จนเป็น ” ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญาธนบุรี “

ลาออกไปรับสมัครเป็นสมาชิกผู้แทนราษฏรที่จังหวัดพัทลุง

สิ่งที่เรากำลังทำ

สำนักงานกฎหมายชนบท ศุภศรี

ปรึกษาคดีความ และรับงานเขียนอุทธรณ์-ฎีกา

สอนคอร์สออนไลน์ วิชาการว่าความในภาคทฤษฎีและปฎิบัติ

เขียนหนังสือกฎหมายและ จำหน่ายหนังสือกฏหมาย (ในภาควิชาปฎิบัติ)

งานสัมมนาเทคนิคการว่าความ

 

ความรู้คู่ทนาย กระจายสู่ชาวบ้าน

จัดทำมาโดยมีจุดประสงค์ให้ท่านทนายความ นิสิตนักศึกษาสาขาวิชานิติศาสตร์และคนทั่วไปได้อ่าน ได้ศึกษาเกี่ยวกับข้อกฎหมาย หวังว่าท่านผู้อ่านทุกๆท่านจะอ่านแล้วนำไปใช้ประโยชน์ในอาชีพ การศึกษา หรือนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ครับ 

...สิ่งที่ทนายป้ายแดงควรรู้แต่ไม่มีใครบอก

..อำนาจฟ้อง.
.
…มีน้องทนายป้ายแดงท่านหนึ่งสอบถามมาว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกความถูกโจทก์ซึ่งเป็นราษฏร ( ไม่ใช่พนักงานอัยการเป็นผู้ฟ้องคดี ) ฟ้องคดี ” ฉ้อโกง ” และเรียกค่าสินไหมทดแทน ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืน จำเลยอยากจะประกันตัวแต่เกรงว่า จะประกันตัวไม่ได้และผู้พิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะไม่รับรองและไม่อนุญาตให้ฎีกา จะมีทางแก้วิธีไหนบ้างให้คดีขึ้นสู่ศาลฎีกา.
.
…ผมให้คำแนะนำไปว่า ให้เขียนฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายไปในฎีกาฉบับเดียวกัน โดยเฉพาะเขียนข้อกฎหมายเกี่ยวกับ ” อำนาจฟ้อง ” ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีสิทธิให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และเขียนคำร้องขอให้ศาลรับรองฎีกาและอนุญาตให้ฎีกาไปพร้อม ๆ กับฎีกาอีก 1 ฉบับ รวมเป็น 2 ฉบับ.
.
…เหตุผลที่แนะนำไปเช่นนั้น เพราะ
.
1. หากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่รับรองฎีกาและไม่อนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม.
.
2. ฎีกาดังกล่าวก็ยังมีปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งไม่ต้องห้ามฎีกา เนื่องจาก ” อำนาจฟ้อง ” เป็นปัญหาข้อกฎหมาย แม้ก่อนหน้านี้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดหยิบยกขึ้นมาว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ตาม แต่ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็น ” ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ” ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตาม ป.วิ.พ มาตรา 142(5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247 กับ ป.วิ.อ. มาตรา 40
.
( เทียบฎีกา 10672/2559 )
.
3. ไม่ใช่ผมเก่งกาจเลิศเลอมาจากไหน อยู่ที่รู้หรือไม่รู้เท่านั้นเอง ครับ.
.
4. หาฎีกามาอ่านเยอะ ๆ แล้วจะพบช่องทางในทางปฏิบัติที่นักกฎหมายบางคนบอกว่า ถึงทางตันคดีไม่มีทางขึ้นสู่ศาลฎีกาได้ ก็แค่นั้นเอง ครับ.

" #พยานวัตถุ กรณีรับฟังได้ "

…หากพยานวัตถุที่ตกหรือพบอยู่ในที่เกิดเหตุหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุสามารถสัมพันธ์กับเหตุการณ์ที่การกระทำความผิดเกิดขึ้น ก็สามารถรับมารับฟังได้ว่าบุคคลนั้นเป็นผู้กระทำความผิด
.
#คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2572/2540
.
..แม้โพยสลากกินรวบเป็นภาพถ่ายจากเครื่องถ่ายเอกสารไม่ใช่ต้นฉบับ แต่ภาพถ่ายเอกสารดังกล่าวเป็นบันทึกความจำเกี่ยวกับการเล่นการพนันสลากกินรวบมีจำนวนถึง 656 แผ่นและมีลักษณะเหมือนเป็นโพยสลากกินรวบที่คนเดินโพยหรือเจ้ามือเป็นผู้ทำเพื่อส่งต่อให้เจ้ามือเหนือขึ้นไปอีกทอดหนึ่งจึงต้องถ่ายสำเนาเก็บไว้เป็นหลักฐาน แม้จะรับฟังเป็นพยานเอกสารไม่ได้ แต่ก็ฟังได้ว่าเป็นพยานวัตถุเกี่ยวแก่การเล่นการพนัน แม้โพยสลากกินรวบจะลงวันที่ 20 มีนาคม 2537 โดยไม่มีฉบับใดลงวันที่ 1 เมษายน2537 ก็ตาม แต่การเล่นการพนันสลากกินรวบครั้งเกิดเหตุนี้เจ้ามือผู้รับกินรับใช้ถือเอาผลการออกสลากกินแบ่งของรัฐบาลประจำงวดวันที่ 1 เมษายน 2537 เป็นเลขถูกสลากกินรวบและลูกค้าผู้เข้าเล่นจะได้รับสินพนัน ดังนั้น การที่มีผู้แทงหรือผู้เข้าเล่นล่วงหน้าเป็นเวลาสิบวันจึงเป็นเรื่องปกติวิสัยหาเป็นเรื่องน่าระแวงสงสัยแต่อย่างใด
.
…แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นภริยาจำเลยที่ 3 แต่จำเลยที่ 1 ก็เปิดร้านเสริมสวยซึ่งเป็นธุรกิจของตนเองอยู่คนละชั้นกับจำเลยที่ 3 แยกเป็นสัดส่วนต่างหากจากกัน และการที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ขณะถูกจับอยู่อาคารเดียวกันแต่คนละชั้นกันจะถือว่าจำเลยที่ 1 ถูกจับในที่เกิดเหตุไม่ได้ กรณียังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 3
.
…แม้จำเลยที่ 3 จะฎีกาว่าการเล่นการพนันสลากกินรวบ จะต้องมีบุคคลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไป ประกอบด้วยผู้เข้าเล่นกับเจ้ามือรับกินรับใช้หรือผู้เดินโพย จึงจะถือว่าเป็นการเล่นการพนันสลากกินรวบได้ และในการจับโพยสลากกินรวบได้ที่จำเลยที่ 3 ก็ไม่มีบุคคลที่จะเป็นผู้เข้าเล่นด้วยก็ตาม แต่เมื่อฟ้องโจทก์บรรยายว่า ส่วนพวกที่หลบหนีเป็นผู้เข้าร่วมเล่น แสดงว่าผู้จัดให้มีการเล่นและผู้เข้าเล่นอยู่ห่างกันโดยระยะทาง จึงไม่สามารถจับกุมได้ถือว่าการกระทำของจำเลยที่ 3 ครบองค์ประกอบความผิดแล้ว
.
…แม้จำเลยที่ 3 มีอาชีพเป็นหลักแหล่งและไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนก็ตาม แต่จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าสำนักและเจ้ามือสลากกินรวบ ยอดจำนวนเงินที่ปรากฏในการเล่นสลากกินรวบมีจำนวนมากถึง 4,801,152 บาท แสดงว่าจำเลยที่ 2 เป็นเจ้ามือรายใหญ่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง อีกทั้งการพนันสลากกินรวบเป็นสิ่งมอมเมาและเป็นอบายมุขที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจของบ้านเมือง การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษ
.
#บันทึก
.
…คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ คงไม่ต้องวิจารณ์แต่อย่างใดเพราะรู้ ๆ กันอยู่ในวงสังคมไทยทั่ว ๆ ไป และน่าจะเป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไปได้แล้ว

 

" #พยานวัตถุ กรณีรับฟังไม่ได้ "

#คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 194/2542
.
…โจทก์มีคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 บันทึกการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพและภาพถ่าย กับมีพันตำรวจตรี ป. พนักงานสอบสวนเบิกความว่าจำเลยที่ 2 รับสารภาพว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้ตายโดยใช้อาวุธปืนยิง แต่คำรับสารภาพชั้นสอบสวนกับภาพถ่ายที่แสดงท่าทางและนำชี้ที่เกิดเหตุ แล้วแต่เป็นพยานบอกเล่าจึงมีน้ำหนักน้อย ส่วนปลอกกระสุนปืนที่ยึดได้จากบ้านของจำเลยที่ 2 ก็ไม่ปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับการตายของผู้ตาย จึงขาดการต่อเนื่อง นอกจากคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 แล้ว โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานหรือวัตถุ ของกลางที่ยืนยันได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1ฆ่าผู้ตาย พยานหลักฐานเท่าที่โจทก์นำสืบจึงยังมี ความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยที่ 1 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่ง ความสงสัยนั้นให้จำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 227 วรรคสอง
.
บันทึก #เหตุผลที่ยกฟ้องจำเลยที่ 2 เพราะ
.
1. โจทก์คงมีแต่
.
1.1 คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 ตามบันทึกคำให้การ เอกสารหมาย จ.16
.
1.2 บันทึกการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพเอกสารหมาย จ.13
.
1.3 ภาพถ่ายประกอบคำรับสารภาพเอกสารหมาย จ.14
.
2. กับมีพันตำรวจตรีประสิทธิ์ พนักงานสอบสวนเบิกความว่าจำเลยที่ 2 รับสารภาพว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้ตายโดยใช้อาวุธปืนยิง
.
3. แต่คำรับสารภาพชั้นสอบสวนกับการแสดงท่าทางและนำชี้ที่เกิดเหตุให้ถ่ายภาพไว้ล้วนแต่เป็นพยานบอกเล่าจึงมีน้ำหนักน้อย
.
4. และอีกประการหนึ่งปลอกกระสุนปืนที่ยึดได้จากบ้านของจำเลยที่ 2 ก็ไม่ปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับการตายของผู้ตายจึงขาดการต่อเนื่อง
.
5. นอกจากคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 แล้ว โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานหรือวัตถุของกลางที่ยืนยันได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้ตาย
.
6. ฉะนั้น พยานหลักฐานเท่าที่โจทก์นำสืบจึงยังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

What People Say About Us

คำรับรอง